วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

เทคโนโลยีพัฒนาปัจเจกบุคคล

ความก้าวหน้าสุด ๆ ของเทคโนโลยีทำให้เครื่องจักรกลเป็นยิ่งกว่าคนที่คุ้นเคย

                                                                                                                    Walter Isaacson เขียน
                                                                                                สุริยา เผือกพันธ์ แปลและเรียบเรียง


คำสำคัญ : ความเป็นปัจเจกบุคคล, เครื่องจักรกล, เทคโนโลยี, ยุคดิจิตอล,และความสนิทสนม

                การสำรวจค้นหาที่เป็นพื้นฐานของยุคดิจิตอล (Digital age) ทำให้เรามีเครื่องมือที่มีความเป็นส่วนตัวยิ่ง สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) เป็นจ้าวในเรื่องนี้ และเขาทำให้มันเป็นดีเอ็นเอที่ฝังแน่นอยู่ในบริษัทแอปเปิ้ล ซึ่งมีผลสะท้อนต่อการผลิตนาฬิกาของแอปเปิ้ล (Apple watch) ซึ่งทิม คุ๊ก (Tim Cook) ที่ปัจจุบันเป็นซีอีโอและเพื่อนร่วมงานได้เริ่มผลิตขึ้นในวันที่ 9 เดือนกันยายนที่ผ่านมาที่นับเป็นการก้าวกระโดดสู่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
                แต่ผู้บุกเบิกสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาก่อนคือ แวนนีวาร์  บุช (Vannevar Bush) อธิการบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่ง MIT ผู้ทำการวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้กับรัฐบาลอเมริกันในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 เขาได้เขียนบทความเสนอในงานประชุมสัมมนา ในหัวข้อ “As We May Think” ลงในวารสาร Atlantic Monthly สาระสำคัญคือ เขาได้มองเห็นถึงสิ่งที่จะทำให้ข้อมูลเข้ามาเป็นของส่วนตัวมากขึ้น ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “memex” โดยแต่ละคนจะสามารถเก็บข้อมูลและการสื่อสารไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ และมันจะจดจำสิ่งต่าง ๆ แทนเราได้มากขึ้น คำว่า “ความสนิทสนม” คือ คำสำคัญและเป็นคำที่คุ๊ก (Cook) ใช้อธิบายนาฬิกาของแอปเปิ้ล
                นักนวัตกรรมที่ชาญฉลาดทั้งหลายต่างสนับสนุนการสร้างความสนิทสนมระหว่างคนและคอมพิวเตอร์ เจ.ซี.อาร์.ลิคค์ไลเดอร์ (J.C.R. Licklider) วิศวกรและนักจิตวิทยาแห่ง MIT ซึ่งได้เขียนบทความที่ดีที่สุดชื่อ “father of the Internet” ได้ช่วยออกแบบระบบป้องกันทางอากาศให้กับคนอเมริกัน โดยรวมเอาเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาไว้ที่ศูนย์กลางเพื่อเชื่อมต่อกันถึง 23 ช่องทาง เขาทำให้เห็นเป็นภาพกราฟฟิกแบบง่าย ๆ ที่เมื่อก่อนนั้นเวลาชาติมีภัยพิบัติ การป้องกันอาจขึ้นต่อความสามารถของตู้ควบคุมขนาดใหญ่ในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและสนองตอบอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขาเรียกวิธีการของเขาว่า “man – computer symbiosis” อย่างที่เขาได้อธิบายว่า “สมองคนและคอมพิวเตอร์จะอยู่ด้วยกันอย่างแนบแน่น”  ดักลาส แองเจลบาร์ต (Douglas Engellbart) ผู้ช่วยบุชและ ลิงค์ไลเดอร์ ได้ประดิษฐ์เมาท์ (mouse) ที่เป็นส่วนหนึ่งของงานของเขาให้ทำหน้าที่ติดต่อระหว่างคนและคอมพิวเตอร์ให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและที่บริษัท Xerox PARC, อลัน เคย์ (Alan Kay) และเพื่อนได้กลับมาพร้อมกับจอที่มีความเป็นกันเองด้วยโฟลเดอร์และไอคอลที่ผู้ใช้สามารถชี้และคลิกได้อย่างง่ายดาย

                สำหรับแมคคินทอช (Macintosh) ที่เริ่มผลิตที่ Flint Center ใน Cupertino, Calif. เมื่อสามสิบปีที่ผ่านมา จ็อปส์ ผู้ที่มีชื่อเสียงในการสร้างผู้ใช้กราฟฟิก ได้ถูกแทรกแซงจากบริษัท Xerox PARC ดังที่ปิคัสโส (Picasso) เคยกล่าวไว้ว่า การฉกฉวยของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ (Great artists steal) เขามีความหยั่งรู้ที่ชาญฉลาดในการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีความคุ้นเคยกันกับผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ipod ทำง่าย ๆ แต่มีความมหัศจรรย์ยิ่ง เพราะสามารถบรุรเพลงลงไปได้นับพันเพลงและเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงได้  ถ้าย้อนกลับไปฟังอย่างตั้งใจ ในปี 1954 แพต แฮกเกอร์ตี้ (Pat Haggerty) แห่งบริษัท Texas Instruments ได้มองหาวิธีการเข้าไปสู่ตลาดขนาดใหญ่ของวิทยุทรานซิสเตอร์ เขามาพร้อมกับแนวคิดวิทยุฉบับกระเป๋า วิทยุไม่สามารถที่จะใช้แบ่งกันฟังในห้องได้นาน ๆ จึงได้ทำให้มันเป็นวิทยุส่วนบุคคล ที่แต่ละคนได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ แม้ว่าจะเป็นเพลงที่พ่อแม่ไม่ชอบ
                จริง ๆ แล้วมันก็คือสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างการมาบรรจบกันของวิทยุทรานซิสเตอร์กับการเกิดขึ้นของเพลงร็อคเอลโรลล์นั่นเอง การเป็นกบฎของเพลงใหม่ทำให้เด็ก ๆ ทุกคนต้องการวิทยุ และในความเป็นจริงก็คือ วิทยุสามารถนำไปฟังเพลงที่ชื่นชอบได้แม้ที่ชายหาดหรือห้องใต้ดินที่อยู่ห่างจากผู้ที่ไม่ชอบฟังและมือของพ่อแม่ที่สามารถปิดเครื่องวิทยุได้  วิทยุที่ทำด้วยกล่องพลาสติดได้เข้ามาสู่ท้องตลาด  เช่น iPod ที่มีสีสี่สี ประกอบด้วย สีดำ, สีไอวอรี, สีแดงแมนดารินและสีเทา เป็นต้น  ภายในหนึ่งปี ขายได้ 100,000 เครื่อง ทำให้มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
                ในทศวรรษนี้ ตั้งแต่บุชได้มองเห็นความสนิทสนมของ memex ส่วนบุคคล จึงได้มีการแข่งขันกันในโรงเรียนที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ในการเริ่มทำเครื่องปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) มันเป็นการคาดการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงการมาถึง ซึ่งเครื่องจักรกลที่สามารถคิดได้แทนพวกเราได้ แม้ว่าจะยังไม่ตรงกับความต้องการของเราก็ตาม ด้วยเป้าหมายดังกล่าวยากที่จะเข้าใจได้ง่าย ๆ มันยังเป็นภาพลวงตาแต่จะหายไปในสองสามทศวรรษนี้

                นาฬิกาแอปเปิ้ล (Apple watch) ออกแบบมาเพื่อสัมผัสข้อมือและกระตุ้นหัวใจของเรา โดยได้แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของแนวคิดนวัตกรรมที่บุชและลิคค์ไลเดอร์นำเสนออีกครั้ง  ด้วยการมองหาสัญลักษณ์ของความเป็นเพื่อนที่สามารถพึ่งพากันและกันได้อย่างลึกซึ้ง ระหว่างคนกับเครื่องจักรกล

Walter Isaacson. (2014). It’s Personal. TIME. Septembr 22, 2014.