ความก้าวหน้าสุด
ๆ ของเทคโนโลยีทำให้เครื่องจักรกลเป็นยิ่งกว่าคนที่คุ้นเคย
Walter
Isaacson เขียน
สุริยา เผือกพันธ์ แปลและเรียบเรียง
คำสำคัญ
:
ความเป็นปัจเจกบุคคล, เครื่องจักรกล, เทคโนโลยี, ยุคดิจิตอล,และความสนิทสนม
การสำรวจค้นหาที่เป็นพื้นฐานของยุคดิจิตอล
(Digital
age) ทำให้เรามีเครื่องมือที่มีความเป็นส่วนตัวยิ่ง สตีฟ จ็อบส์ (Steve
Jobs) เป็นจ้าวในเรื่องนี้
และเขาทำให้มันเป็นดีเอ็นเอที่ฝังแน่นอยู่ในบริษัทแอปเปิ้ล
ซึ่งมีผลสะท้อนต่อการผลิตนาฬิกาของแอปเปิ้ล (Apple watch) ซึ่งทิม
คุ๊ก (Tim Cook)
ที่ปัจจุบันเป็นซีอีโอและเพื่อนร่วมงานได้เริ่มผลิตขึ้นในวันที่ 9 เดือนกันยายนที่ผ่านมาที่นับเป็นการก้าวกระโดดสู่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
แต่ผู้บุกเบิกสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาก่อนคือ
แวนนีวาร์ บุช (Vannevar
Bush) อธิการบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่ง MIT ผู้ทำการวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้กับรัฐบาลอเมริกันในระหว่างสงครามโลกครั้งที่
2 ในปี 1945 เขาได้เขียนบทความเสนอในงานประชุมสัมมนา
ในหัวข้อ “As We May Think” ลงในวารสาร Atlantic
Monthly สาระสำคัญคือ เขาได้มองเห็นถึงสิ่งที่จะทำให้ข้อมูลเข้ามาเป็นของส่วนตัวมากขึ้น
ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “memex” โดยแต่ละคนจะสามารถเก็บข้อมูลและการสื่อสารไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์นี้
และมันจะจดจำสิ่งต่าง ๆ แทนเราได้มากขึ้น คำว่า “ความสนิทสนม” คือ คำสำคัญและเป็นคำที่คุ๊ก
(Cook) ใช้อธิบายนาฬิกาของแอปเปิ้ล
นักนวัตกรรมที่ชาญฉลาดทั้งหลายต่างสนับสนุนการสร้างความสนิทสนมระหว่างคนและคอมพิวเตอร์
เจ.ซี.อาร์.ลิคค์ไลเดอร์ (J.C.R. Licklider) วิศวกรและนักจิตวิทยาแห่ง
MIT ซึ่งได้เขียนบทความที่ดีที่สุดชื่อ “father of
the Internet” ได้ช่วยออกแบบระบบป้องกันทางอากาศให้กับคนอเมริกัน
โดยรวมเอาเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาไว้ที่ศูนย์กลางเพื่อเชื่อมต่อกันถึง 23 ช่องทาง เขาทำให้เห็นเป็นภาพกราฟฟิกแบบง่าย ๆ ที่เมื่อก่อนนั้นเวลาชาติมีภัยพิบัติ
การป้องกันอาจขึ้นต่อความสามารถของตู้ควบคุมขนาดใหญ่ในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและสนองตอบอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
เขาเรียกวิธีการของเขาว่า “man – computer symbiosis”
อย่างที่เขาได้อธิบายว่า “สมองคนและคอมพิวเตอร์จะอยู่ด้วยกันอย่างแนบแน่น” ดักลาส แองเจลบาร์ต (Douglas Engellbart) ผู้ช่วยบุชและ ลิงค์ไลเดอร์ ได้ประดิษฐ์เมาท์ (mouse)
ที่เป็นส่วนหนึ่งของงานของเขาให้ทำหน้าที่ติดต่อระหว่างคนและคอมพิวเตอร์ให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและที่บริษัท
Xerox PARC, อลัน เคย์ (Alan Kay)
และเพื่อนได้กลับมาพร้อมกับจอที่มีความเป็นกันเองด้วยโฟลเดอร์และไอคอลที่ผู้ใช้สามารถชี้และคลิกได้อย่างง่ายดาย
สำหรับแมคคินทอช (Macintosh) ที่เริ่มผลิตที่ Flint Center ใน Cupertino,
Calif. เมื่อสามสิบปีที่ผ่านมา จ็อปส์
ผู้ที่มีชื่อเสียงในการสร้างผู้ใช้กราฟฟิก ได้ถูกแทรกแซงจากบริษัท Xerox
PARC ดังที่ปิคัสโส (Picasso) เคยกล่าวไว้ว่า การฉกฉวยของศิลปินที่ยิ่งใหญ่
(Great artists steal) เขามีความหยั่งรู้ที่ชาญฉลาดในการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีความคุ้นเคยกันกับผู้ใช้
ตัวอย่างเช่น ipod ทำง่าย ๆ แต่มีความมหัศจรรย์ยิ่ง
เพราะสามารถบรุรเพลงลงไปได้นับพันเพลงและเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงได้ ถ้าย้อนกลับไปฟังอย่างตั้งใจ ในปี 1954 แพต แฮกเกอร์ตี้ (Pat Haggerty) แห่งบริษัท Texas
Instruments ได้มองหาวิธีการเข้าไปสู่ตลาดขนาดใหญ่ของวิทยุทรานซิสเตอร์
เขามาพร้อมกับแนวคิดวิทยุฉบับกระเป๋า
วิทยุไม่สามารถที่จะใช้แบ่งกันฟังในห้องได้นาน ๆ จึงได้ทำให้มันเป็นวิทยุส่วนบุคคล
ที่แต่ละคนได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ แม้ว่าจะเป็นเพลงที่พ่อแม่ไม่ชอบ
จริง ๆ
แล้วมันก็คือสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างการมาบรรจบกันของวิทยุทรานซิสเตอร์กับการเกิดขึ้นของเพลงร็อคเอลโรลล์นั่นเอง
การเป็นกบฎของเพลงใหม่ทำให้เด็ก ๆ ทุกคนต้องการวิทยุ และในความเป็นจริงก็คือ
วิทยุสามารถนำไปฟังเพลงที่ชื่นชอบได้แม้ที่ชายหาดหรือห้องใต้ดินที่อยู่ห่างจากผู้ที่ไม่ชอบฟังและมือของพ่อแม่ที่สามารถปิดเครื่องวิทยุได้
วิทยุที่ทำด้วยกล่องพลาสติดได้เข้ามาสู่ท้องตลาด เช่น iPod ที่มีสีสี่สี
ประกอบด้วย สีดำ, สีไอวอรี, สีแดงแมนดารินและสีเทา เป็นต้น ภายในหนึ่งปี ขายได้ 100,000 เครื่อง
ทำให้มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
ในทศวรรษนี้
ตั้งแต่บุชได้มองเห็นความสนิทสนมของ memex ส่วนบุคคล
จึงได้มีการแข่งขันกันในโรงเรียนที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
ในการเริ่มทำเครื่องปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence)
มันเป็นการคาดการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงการมาถึง ซึ่งเครื่องจักรกลที่สามารถคิดได้แทนพวกเราได้
แม้ว่าจะยังไม่ตรงกับความต้องการของเราก็ตาม ด้วยเป้าหมายดังกล่าวยากที่จะเข้าใจได้ง่าย
ๆ มันยังเป็นภาพลวงตาแต่จะหายไปในสองสามทศวรรษนี้
นาฬิกาแอปเปิ้ล (Apple
watch) ออกแบบมาเพื่อสัมผัสข้อมือและกระตุ้นหัวใจของเรา
โดยได้แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของแนวคิดนวัตกรรมที่บุชและลิคค์ไลเดอร์นำเสนออีกครั้ง
ด้วยการมองหาสัญลักษณ์ของความเป็นเพื่อนที่สามารถพึ่งพากันและกันได้อย่างลึกซึ้ง
ระหว่างคนกับเครื่องจักรกล
Walter
Isaacson. (2014). It’s
Personal. TIME. Septembr 22, 2014.



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น